วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2555

ผลการเพาะเห็ดขอนขาว


จากความพยายามที่จะทดลองเพาะเห็ดขอนขาวเองที่บ้าน โดยทำทิ้งไว้เมื่อเดือน มกราคม53
ช่วงนั้นได้เชื้อเห็ดมาจากจังหวัดศรีสะเกษ โดยความบังเอิญ ประกอบกับได้ตัดแต่งกิ่งมะม่วงหลายต้น
ก็เลยเป็นที่มาของขั้นตอนการทำ แบบสรุป(ส่วนแบบละเอียดดูจากเวปเรื่องการเพาะเห็ดขอนขาวของนักเรียนแห่งหนึ่ง จำชื่อโรงเรียนไม่ได้ค่ะ)
1.ตัดกิ่งมะม่วงเป็นท่อน ใช้สว่านเจาะรูห่างๆ ลึกประมาณ 2นิ้ว เจาะในขณะที่ไม้ยังไม่แห้ง
2.หยอดเชื้อเห็ดลงประมาณ 8-10 เมล็ด (ที่เป็นเมล็ดเพราะว่าโรงเพาะเชื้อเขาใช้เมล็ดนุ่นเป็นตัวเดินเชื้อ)
3.ใช้ขี้เลื่อยปิดรูให้แน่น นำไปวางไว้ในร่ม ทิ้งไว้ให้เชื่อเห็ดเดินทั่วไม้ และสภาพอากาสเหมาะสมเห้ดจะออกดอกมาให้เก็บเองภายใน 3-6 เดือน ตามคุณภาพของเชื้อและการเก็บรักษา
อีกวิธีหนึ่งที่ไม่ยุ่งยากมากนักและน่าสนใจเลยขออนุญาตก๊อปมาฝากดังนี้ค่ะ

การ เพาะเห็ดลมและเห็ดขอนขาว
เห็ดลม เป็นชื่อที่เรียกกันทางภาคเหนือ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเรียกว่า เห็ดบด เห็ดขอนดำ หรือ เห็ดกระด้าง ในธรรมชาติมักพบขึ้นกับไม้เนื้อแข็งเช่น ไม้เต็ง รัง เทียง ตะเคียน และไม้กระบาก เป็นต้น
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Lentinus polychrous Lev.
เห็ดขอนขาว มีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Lentinus squarrosulus Mont. ในธรรมชาติมัก พบขึ้นบนไม้แข็งเช่นเดียวกัน
  • วัสดุอุปกรณ์
1. อาหารเพาะ
2. หัวเชื้อเห็ดลมและเห็ดขอนขาว
3. ถุงพลาสติกทนร้อนขนาด 7"x13" 8"x13" หรือ 9"x13" ฯลฯ
4. คอพลาสติกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1-1.5 นิ้ว
5. สำลี ยางรัด
6. ถังนึ่งไม้อัดความดัน
7. โรงเรือนหรือสถานที่บ่มเส้นใย และเปิดดอก
  • อาหารเพาะ
    • สูตรที่ 1
      • ขี้เลื่อยแห้ง (ไม้ยางพารา, ไม้มะขามฯลฯ) 100 กิโลกรัม
      • รำละเอียด 3-5 กิโลกรัม
      • ปูนขาว หรือ แคลเซียมคาร์บอเนต หรือยิปซั่ม 0.5-1 กิโลกรัม
      • น้ำตาลทราย 2-3 กิโลกรัม
      • ผสมน้ำ ปรับความชื้น 50-55 กิโลกรัม
    • สูตรที่ 2
      • ขี้เลื่อยไม้เบญจพรรณ 100 กิโลกรัม
      • แอมโมเนียมซัลเฟต 1 กิโลกรัม
      • ปูนขาว 1 กิโลกรัม
      • ผสมส่วนผสมทั้ง 3 ชนิด หมักกับน้ำประมาณ 2-3 เดือน
      • กลับกองประมาณ 3-4 ครั้ง นำไปผสมกับรำละเอียด 3 กิโลกรัม
      • น้ำตาลทราย 2 กิโลกรัม
      • ปรับความชื้นประมาณ 50-55 เปอร์เซ็นต์
  • วิธีเพาะ
1. บรรจุอาหารเพาะลงในพลาสติกทนร้อน กดให้แน่น สูงประมาณ 2/3 ของถุง
2. รวบปากถุง สวมคอพลาสติก พับปากถุงลงมา ดึงให้ตึง รัดยางให้แน่น อุดด้วยสำลี หุ้มทับด้วยกระดาษหรือฝาครอบพลาสติก
3. นำไปนึ่งฆ่าเชื้อ ที่อุณหภูมิ 90-100 องศาเซลเซียส สม่ำเสมอ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 ชั่งโมง จากนั้นทิ้งให้เย็น
4. นำถุงพลาสติกที่นึ่งฆ่าเชื้อแล้ว มาใส่เชื้อจากหัวเชื้อเห็ดที่เตรียมไว้ โดยทั่วไปจะเลี้ยงในเมล็ดข้าวฟ่าง เขย่าให้เมล็ดข้าวฟ่างกระจายออก และใส่ลงในถุงอาหารประมาณถุงละ 15-20 เมล็ด โดยปฏิบัติในที่สะอาดไม่มีลมโกรก เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโรคและแมลง
5. นำไปวางในโรงเรือนหรือสถานที่สำหรับบ่มเส้นใย อุณหภูมิประมาณ 28-32 องศาเซลเซียส เพื่อให้เส้นใยเจริญ
  • การเจริญของเส้นใยเห็ดลม
    เส้นใยเห็ดลมใช้เวลาในการเจริญเต็มอาหารเพาะน้ำหนัก 800-1,000 กรัม ประมาณ 30-35 วัน จากนั้นเส้นใยจะค่อยๆ เริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีส้ม
    จนถึงสีน้ำตาลเข้ม หรือสีดำ โดยเฉพาะเมื่อถูกอากาศและแสงระยะเวลาการเจริญทางเส้นใยจนเริ่มให้ดอกเห็ด ขึ้นกับสายพันธุ์ โดยเฉลี่ยใช้เวลา
    ประมาณ 80-90 วัน
  • การเจริญของเส้นใยเห็ดขอนขาว
    คล้ายกับเห็ดลม แต่มีระยะเวลาการเจริญทางเส้นใยตั้งแต่เพาะเชื้อจนเริ่มให้ดอกเห็ด เฉลี่ย 20-30 วัน
  • โรงเรือนเปิดดอก
    โรงเรือนเปิดดอกเห็ดลมและเห็ดขอนขาว ควรให้มีแสงผ่านเข้าภายในโรงเรือนได้ประมาณ 60-70% มีช่องเปิดปิดสำหรับถ่ายเทอากาศ อาจใช้ตาข่ายพรางแสงมุงหลังคาและฝา และในกรณีฤดูฝน มุงหลังคาทับด้วยคา หรือวัสดุกันน้ำ
  • การเปิดถุงและการกระตุ้นให้เกิดดอก
    เปิดจุกสำลี หรือตัดปากถุง วางในโรงเรือน ให้ความชื้นโดยการให้น้ำในโรงเรือนและบริเวณก้อนเชื้อ ให้มีความชื้นสัมพัทธ์ 70-80%
    ปรับโรงเรือนให้มีสภาพร้อนชื้น อุณหภูมิประมาณ 33-36 องศาเซลเซียส ประมาณ 2-3 วัน ดอกเห็ดจะเริ่มงอก จากนั้นปรับอุณหภูมิในโรงเรือน
    ให้ลดลงมีอากาศถ่ายเทได้ดี ความชื้นสัมพันธ์ 60-70% มีแสงสว่างปานกลางเพื่อให้ดอกเห็ดเจริญเติบโตต่อไป ในระหว่างให้ผลผลิตแต่ละครั้งเส้นใยเห็ดลมจะพักตัวประมาณ 15-20 วัน ส่วนเห็ดขอนขาวจะทยอยให้ผลผลิต
  • การเก็บดอกเห็ด
    ควรเก็บส่วนต่างๆของดอก ให้หลุดออกจนหมด เพื่อป้องกันการเน่าเสียจากเศษหรือส่วนของดอกเห็ดที่เหลือติดค้างอยู่ที่ก้อนเชื้อ ขนาดของดอกเห็ดที่เก็บขึ้นกับความต้องการของผู้เพาะ ดอกเห็ดอ่อนจะมีราคาสูงกว่าดอกเห็ดที่บานเต็มที่ และมีความเหนียวน้อยกว่าเห็ดบาน

  • ที่มา  bansuanporpeang.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น